เช้านี้ที่หมอชิต – ชาวบ้านหลายรายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เดือดร้อนเพราะมีโจรเข้ามาลักของภายในบ้าน ไม่เว้นแม้แต่ครกกับสาก แต่สุดท้ายจนมุมเพราะกล้องวงจรปิด ตำรวจตามไปรวบตัวได้พร้อมของกลาง
นี่เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดของบ้านพักหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 6 ตำบลเขาทอง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ เผยให้เห็นพฤติกรรมของคนร้ายเป็นชาย สวมไฟฉายแบบคาดศีรษะ แอบย่องเข้ามาภายในบริเวณบ้าน ด้อม ๆ มอง ๆ ก้ม ๆ เงย ๆ อยู่พักหนึ่ง มือก็ฉวยหยิบสิ่งของที่วางอยู่ติดไม้ติดมือ ก่อนจะเดินหนีออกไป เหตุช่วง 01.00 น. ของวันที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา แต่พอรุ่งเช้าวานนี้ (23 มี.ค.) เจ้าของบ้านหลังดังกล่าวตื่นมา กลับพบว่าข้าวของเครื่องใช้บริเวณหลังบ้านหายไปหลายอย่าง จึงไปเปิดภาพจากกล้องวงจรปิด ก็พบชายคนนี้เดินเข้า ๆ ออก ๆ บ้านอยู่หลายรอบ รอบแรกเข้ามาขโมยถังก๊าซหุงต้มไป 1 ถัง ก่อนจะกลับมาอีกครั้ง คราวนี้มาขโมยครกหิน พร้อมกับสาก รองเท้า และรถจักรยานที่จอดอยู่ข้างบ้านไปอีก 1 คัน เจ้าของบ้านจึงนำภาพจากกล้องวงจรปิดไปแจ้งความไว้ที่ สภ.อ่าวนาง ทันที นอกจากนี้ ยังไปสอบถามเพื่อนบ้านอีกหลายคน มีอย่างน้อยอีก 6-7 หลัง ถูกคนร้ายคาดว่าจะเป็นคนเดียวกันนี้ เข้าไปขโมยของเล็กน้อยอีกหลายอย่าง
หลังจากตำรวจรับแจ้งความก็ส่งสายสืบลงพื้นที่ทันที ผ่านไปไม่ถึงครึ่งวัน ช่วงสายวานนี้ (23 มี.ค.) จับคนร้ายได้แล้ว โดยตำรวจแกะรอยจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง จนพบว่า คนร้ายรายนี้ก็คือ นายดลหยา กุลจิ อายุ 52 ปี ที่มาพักอาศัยบ้านญาติ ในพื้นที่หมู่ 6 ตำบลเขาทอง โดยตำรวจได้ตามไปถึงที่บ้าน พบข้าวของที่ถูกขโมยมาหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นถังก๊าซ หัวเตาแก๊ส รถจักรยาน รองเท้า 5 คู่ รวมถึงครกหินและสาก ที่เพิ่งจะขโมยมาด้วย ตำรวจจึงยึดของกลางทั้งหมด พร้อมควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.อ่าวนาง ตอนแรก นายดลหยา ให้การปฏิเสธ บอกว่าไม่ได้ขโมย แต่สุดท้ายจำนนด้วยภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิด จึงแจ้งดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ และบุกรุกเคหสถานในยามวิกาล
ขณะที่ชาวบ้านพอทราบข่าวว่าจับคนร้ายได้ ต่างพากันมาดูของกลาง และทยอยเข้ามาแจ้งความเพิ่ม เพราะก่อนหน้านี้ ชาวบ้านหมู่ 6 ตำบลเขาทอง ได้รับความเดือดร้อนจากโจรที่เข้ามาลักเล็กขโมยน้อยมานาน 4-5 เดือนแล้ว ก็คาดว่าน่าจะเป็นคนร้ายคนเดียวกับที่ถูกจับ ทั้งนี้ ตำรวจจะสอบสวนผู้ต้องหาอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมทั้งตรวจสอบคดีลักทรัพย์ย้อนหลังที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความไว้ เพื่อดูว่ามีพฤติกรรมเดียวกันหรือไม่ หากพบว่าก่อเหตุในหลายกรณี ก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป